Site Overlay

พิพิธภัณฑ์

รอบคลองผดุงกรุงเกษม

สัมผัสศิลปะ วัฒนธรรมไทย ผ่านการชมพิพิธภัณฑ์ รอบคลองผดุงกรุงเกษม

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะ วัฒนธรรม

4 พิพิธภัณฑ์ ณ คลองผดุงกรุงเกษม

เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์รอบผดุงกรุงเกษม

มีพิพิธภัณฑ์รอบคลองผดุงกรุงเกษม ทั้งหมด 4 แห่ง
หากต้องการขยายภาพ คลิกปุ่มแว่นขยายบนรูปภาพในแกลเลอรี หรือหากต้องการเข้าชมเว็บไซต์ คลิกปุ่มลูกโซ่บนรูปภาพในแกลเลอรี
สามารถชมรายละเอียด ด้านล่างนี้

1. พิพิธภัณฑ์สักทอง
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

แหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา

ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวินและภริยา มีจิตศรัทธาถวายบ้าน สักทองหลังใหญ่ให้แก่วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร ดำเนินการสร้างเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา และเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาส ที่รัชกาลที่ 9 ครองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ในปี พ.ศ.2549 และทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในปี พ.ศ. 2550  เรือนไม้ สักทองหลังนี้ มีลักษณะทรงปั้นหยาประยุกต์ 2 ชั้นกว้าง 16.75 เมตร ยาว 30.15 เมตร ชั้นบนจัดแสดงรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง (ไฟเบอร์กลาส) เท่าพระองค์จริง ของสมเด็จพระสังฆราช 18 พระองค์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ให้ประชาชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ชั้นล่างจัดแสดงภาพพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ นิทรรศการวัดเทวราชกุญชร และมูลนิธิ ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวินบ้านสักทองหลังนี้ มีเสาไม้สักขนาด 2 คนโอบจำนวน 59 ต้นอายุไม้สักที่วิเคราะห์จากวงปีแล้ว มีอายุถึง 479 ปี หรือ ประมาณสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง และด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมี รูปปั้นพระอินทร์ทรงช้าง 3 เศียร ผลงานออกแบบของพระเทพ คุณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรองค์ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ แห่งแรกที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 19 พระองค์ของประเทศไทย เป็นเรือนทรงปั้นหยาที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง

2. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ วัดเบญจมบพิตร

รวบรวมพระพุทธรูปโบราณแบบและสมัยต่างๆ

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ วัดเบญจมบพิตร ตั้งอยู่ที่พระวิหารสมเด็จ พระระเบียงคดรอบพระอุโบสถและศาลาบัณณรศภาค โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 94 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2504 เรื่องกำหนดสถานที่เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติวัตถุประสงค์หนึ่งในการสถาปนาวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เนื่องจากเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานรวบรวมพระพุทธรูปโบราณแบบและสมัยต่างๆ โดยหลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัวได้ทรงสถาปนาวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามแล้ว พระองค์ทรงดำริว่า ที่ระเบียงพระวิหารคดควรจะมีพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ มาประดิษฐานไว้เพื่อความสวยงามและวิจิตรพิสดาร และเพื่อเป็นที่สักการบูชาของประชาชนที่มาเยือนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จ กรมพระยาดำราชานุภาพ เสาะแสวงหาพระพุทธรูปที่พระองค์ทรงสนพระทัยดังพระดำรัสที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้รับสนองแนวพระราชดำริ ทรงแสดงไว้ในปาฐกถาแก่สมาชิกสยามสมาคม ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เรื่อง พระพุทธรูปต่างๆ 69, ถนนพระราม 5, แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร, 10100 10300 เปิดทุกวันเวลา 9.00-17.00 น.

โทรศัพท์: 02 224 1396

3. พิพิธภัณฑ์ตำรวจ
วังปารุสกวัน

เก็บรวบรวม วัตถุของกลางที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิดทุกชนิด เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทั่วไปหรือพนักงานสอบสวนใช้ศึกษาค้นคว้า

กระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ตำรวจเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2473 โดยให้ขึ้นกับ กรมตำรวจภูบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวม วัตถุของกลางที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิดทุกชนิด เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทั่วไปหรือพนักงานสอบสวนใช้ศึกษาค้นคว้า ครั้นเมื่อเก็บรวบรวมวัตถุเพิ่มมากขึ้น จึงได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ตำรวจ พิพิธภัณฑ์ย้ายสถานที่ตั้งมาหลายครั้ง อาทิ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน กรมตำรวจ จนถึงพื้นที่วังปารุสกวันในปัจจุบัน มีอาคารจัดแสดง 2 หลัง อาคารกระจก แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นบน จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์และบทบาทของตำรวจไทยตั้งแต่อดีตสมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน สถาบันกษัตริย์กับตำรวจไทย และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สถานที่บ่มเพาะจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ชั้นล่าง จัดแสดงบทบาทของตำรวจแต่ละหน่วยที่คอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกที่และทุกเวลา รวมทั้งฝึกประสบการณ์การเป็นพลเมืองดี พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวันเป็นแหล่งเรียนรู้ไม่แสวงผลกำไร มุ่งหวังเพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีและความภาคภูมิใจในความเป็นตำรวจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตำรวจกับประชาชน

 เวลา10:00–16:00
โทรศัพท์: 02 282 5057

4. พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ

พระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “บิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย”

       พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ ตั้งอยู่ที่ถนนหลานหลวง บริเวณวังวรดิศ  พระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “บิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย”  ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO เมื่อ พ.ศ. 2505 ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก และมีผลงานหนังสือที่ทรงนิพนธ์ไว้ถึง 1,050 เรื่อง วังวรดิศสร้างแบบสถาปัตยกรรมเรเนสซองส์ ออกแบบโดยดร.คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริง  ผู้ออกแบบวังบางขุนพรหมและพระรามราชนิเวศน์ที่จังหวัดเพชรบุรี ภายในแสดงให้เห็นการดำเนินชีวิตของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ภายในที่พักของพระองค์ การจัดวางข้าวของเครื่องใช้ยังคงสภาพสมัยที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพ ผู้เข้าชมจะได้เห็นห้องต่าง ๆ เช่น ห้องเสวย ห้อง Study ห้องจีน ห้องพระบรรทม ห้องทรงพระอักษรและห้องพระหรือห้องพระบรมอัฐิซึ่งประดิษฐานพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 และพระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นอกจากนี้ยังมีบริการหอสมุดดำรงราชานุภาพ สำหรับค้นคว้าหนังสือส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งมีกว่า 7,000 เล่ม รวมทั้งหนังสือวารสาร หนังสือพิมพ์และหนังสือวิชาการเน้นด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีหอภาพดิศวรกุมาร ตั้งขึ้นตามพระนามเดิมของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นสถานที่จัดแสดงภาพเหตุการณ์พระประวัติของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 และเจ้าจอมมารดาชุ่ม เริ่มตั้งแต่แรกประสูติ ทรงเข้ารับการศึกษาและทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ จนกระทั่งในช่วงเวลาสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ยังเป็นที่แสดงภาพทางการบริหารราชการแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ 5 การจัดระเบียบบริหารราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงมหาดไทยสยามใหม่ รวมถึงพระโอวาทและคติธรรมคำสอนนานาประการ ที่ประทานสอนไว้และยังคงมีความทันสมัยกับการดำรงชีวิตในปัจจุบันของประชาชน เด็ก ๆ และเยาวชนทั่วไป ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ บางส่วน นอกเหนือจากที่เก็บรักษาไว้บนตำหนักใหญ่ที่ครอบครัว

204 ถ.หลานหลวง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

โทรศัพท์ : 02-282-9110, 081-459-8840

Scroll Up
Translate »
Scroll Up